เรื่องเล่าชีวตจริง จากประสบการณ์ผู้ก่อตั้ง ThaiNN จากอดีตถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

ที่ผ่านมาหลายปี มีทั้งน้องๆพี่ๆสมาชิกหลายคนล่ะที่ฝันอยากใช้ชีวิตแบบผม แบบว่าทำงานที่ไหนก็ได้ ไปไหนมีแค่ notebook เครื่องเดียว ปลายเดือนมีเงินเก็บเพิ่มหลักแสน

ก่อนอื่นเลยสำรวจตัวเองก่อนเลยครับ วันนี้คุณยังใช้ชีวิตแบบเดิมๆ มีแนวคิดแบบเดิมๆอยู่หรือเปล่า เอาง่ายๆเลยครับ คิดว่าตั้งใจเรียน ท่องจำ หวังเกรดสูงๆ ถือใบปริญญา แต่สุดท้ายคิดแค่อยากทำงานเป็นลูกจ้าง โดยไม่กล้าตัดสินใจออกนอกกรอบเลยถ้าแบบนี้ที่ผมบอกมามันก็เป็นต้นเหตุของ ความการอยู่ในกรอบแล้วครับ แต่ผมไม่ได้หมายถึงไม่ได้ให้เรียนนะครับ การเรียนรู้อะไรน่ะดีครับ แต่สำคัญคือเราต้องเอามาประยุกต์ใช้ให้ได้จริง และหัดวางแผนชีวิตในการเดินออกมานอกกรอบเสียบ้าง ตีความหมายให้ดีๆนะครับว่าที่ผมพูดหมายถึงอะไร เพราะผมคงไปกำหนดเป้าหมายชีวิตใครไม่ได้แค่เพียงแต่รู้ว่าการเดินทางออก นอกกรอบเพื่อมาประสบความสำเร็จนั้น มันมีหลายด้าน อย่างเช่นชีวิตที่ผมเป็นจะขอเล่าให้ฟัง

ภาพที่ถ่ายกับคุณแม่ เมื่อครั้งยังเด็ก

เมื่อ 20 ปีก่อนผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้เรียนจบปริญญาตรี ช่วงนั้นพ่อเสียใหม่ๆเลยลาออกจากมหาลัยช่วงปี 2 เพื่อไปหางานทำ ช่วงนั้นงานที่ร้อนแรงจริงๆคืองานด้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ยุคนั้นคอมพิวเตอร์เป็นอะไรที่ใหม่มากๆและมีราคาแสนแพง ตัวเองก็ไม่ได้มีคอมพิวเตอร์เหมือนใครเขา เครื่องนึง 4 -5 หมื่นก็มี แต่ในเมื่อไม่มีคอมพิวเตอร์แล้วจะไปซ่อมคอมพิวเตอร์ให้ชาวบ้านได้ยังไง จึงวางแผนด้วยการออกไปเรียนคอมพิวเตอร์ก่อนกับ BCC ที่สมัยนั้นนิยมกันมาก ลงคอร์สเรียนประมาณ 3,000 บาท เพื่อลงเรียน กราฟฟิกครับ (สมัยนั้นในมหาวิทยาลัยยังไม่มีหลักสูตรสอนกันอย่างสมัยนี้ครับ) แต่ในใจแท้ที่จริงแล้วผมต้องการใช้บัตรนักเรียนมาใช้เครื่องนอกเวลาต่างหาก ซึ่งสถานบันเขายอมให้นักเรียนสามารถใช้เครื่องนอกเวลาได้ครับสำหรับนักเรียนที่มีบัตรของเขา ผมเลยมาใช้ซะทุกวันเลย แต่ไม่ได้จะมีใช้เพื่อเน้นการเรียนกราฟฟิกหรอกครับ มาใช้เพื่อดูอะไรในคอมพิวเตอร์ต่างหากว่าภายในแท้จริงมันทำงานอย่างไร หัดโมเครื่องอะไรไปสารพัดจนในที่สุดก็คุ้นเคยกับมัน

ภาพเมื่อครั้งตอนอายุ 20 ต้นๆ ช่วงจุดเปลี่ยนแห่งชีวิต

ก้าวต่อไปเอาความรู้บางส่วนที่ได้ไปเรียนสถานบัน IT square ที่เปิดในห้างพันทิปในสมัยนั้นค่าเรียนเกือบหมื่น ตอนนั้นไม่มีเงินมากขนาดนั้นครับเลยทำเรื่องผ่อน 4 งวด เพื่อเรียนหลักสูตรซ่อมประกอบคอมพิวเตอร์และหลักสูตร network ทางสถานบันบอกไว้ว่าใครเรียนดี ผลงานดีมีฝากงานให้ด้วยครับ ก็อาจจะเป็นช่างซ่อมประกอบคอมในร้านพันทิปร้านใดร้านหนึ่งนั่นเอง

ตอนนี้ที่เข้าเรียนหลักสูตรต่างๆกับทางสถาบันครับ เพื่อนๆน่ารักทั้งนั้นเลย

ตอนกลางวันผมต้องไปหางานทำครับ และก็ได้งานภาคเช้าในโรงงานแห่งหนึ่ง เป็นงานด้านกราฟฟิกแต่โรงงานไม่บรรจุให้ครับให้เป็นพนักงานชั่วคราว เงินเดือน 4,000 บาท และตกบ่ายจึงไปเรียนเลิกก็ประมาณ 3 ทุ่มนั่งรถเมล์ 3 ต่อกว่าจะถึงบ้าน

ช่วงนั้นชีวิตต้องอดทนจนถึงที่สุดล่ะครับจนกระทั่งเรียนจบคอร์ส ทาง it square เห็นว่าผลงานผมออกมาดีจึงไม่ส่งไปทำงานร้านซะงั้น แต่เก็บตัวผมไว้เองให้ช่วยเป็นอาจารย์สอนชั่วคราว แต่ก็ดีนะครับการได้ผูกพันธ์กับสถานบันนี้ทำให้ผมแอบลักจำวิชาต่างๆมากกว่า ที่ลงเรียนไว้แถมมีคอมในสถาบันใช้แบบไม่ต้องไปแอบงัดคอมใครเขาแล้วล่ะ

วันแรกที่ได้ก้าวเข้าไปเป็นอาจารย์สอนในสถาบัน IT Square ในยุคนั้น


วิชาที่ได้นั้นมีหนึ่งในวิชาที่ผมอยากเรียนรู้มากนั่นคือการเรียนทำเว็บไซต์ ตอนนั้นไม่ว่าอาจารย์ท่านไหนก็ไม่ยอมสอนโดยตรงครับ แต่ผมใช้วิธีแอบฟังเวลาพวกอาจารย์เขาสอนจนมาลองหัดเขียนเอง โดยใช้โฮสฟรีของ geocities ในสมัยนั้น พอเริ่มเป็นแล้วก็เริ่มมาจดโดเมนแรกของตัวเอง พร้อมเช่าโฮสแรกเป็นของตัวเองที่ราคาโฮสแสนจะแพงในสมัยนั้น กับโดเมนแรก www.waymarket.com เป็นเว็บเกี่ยวกับให้ข้อมูลหุ้นและการลงทุนพร้อมเว็บบอร์ดพูดคุยกัน ตอนนั้นมีนักลงทุนแห่มาเล่นกันเยอะมากเพราะเว็บหุ้นการลงทุนช่วงนั้นยังไม่ มีคู่แข่งเยอะ ได้โฆษณาแพงๆมาลงจากบริษัทใหญ่ๆมากมายครับ ทำให้ตัวเองมีเงินใช้เงินเก็บส่วนหนึ่งล่ะ แต่ด้วยการที่ไม่รู้ว่าโดยเมนนั้นหมดอายุได้และหากไม่ต่อโดเมนไว้ก่อนล่วง หน้าจะถูกคนอื่นจดแทนทันที และวันที่โชคร้ายที่สุดก็มาถึงครับ โดเมน waymarket.com หมดอายุเสียอย่างนั้นและจะทำการต่อโดเมนก็ดันติดวันเสาร์ อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดของทางบริษัทที่รับจด โทรไปก็ไม่ติด มาถึงตอนเช้าโดเมนผมกลายเป็นโดเมนของคนอื่นไปเสียแล้ว ทางบริษัทชี้แจงให้ผมฟังว่า ควรต่ออายุโดเมนไว้ล่วงหน้า 15 วัน (โดเมนสมัยก่อนเวลาหมดอายุจะสามารถจดต่อได้ทันทีครับไม่เหมือนสมัยนี้ที่แม้ หมดอายุแล้วก็ยังให้สิทธิเจ้าของเดิมอยู่อีก 30 วัน)

ต่อมาก็จดโดเมนอื่นไปเรื่อยครับ แต่ทุกเว็บดูเหมือนจะไม่ลงตัวเสียแล้วนั่นหมายถึงเงินในกระเป๋าผมกำลังจะหมด ลงและเงินที่ได้จากการเป็นอาารย์ที่ IT square ก็ดูเหมือนจะไม่พอ ลองมองไปวันข้างหน้าแล้ว ก็ยังคิดว่าเราจะทำอะไรกินถ้ายังอยู่เป็นอาจารย์แบบนี้เราก็ยังต้องนั่งรถ เมล์ไปทำงานทุกวัน ยังต้องเผชิญกับบุคคลรอบตัวที่ต้องแข่งขันกันอยู่บนถนนหนทางที่แสนจะน่า เบื่อ

ตอนนั้นเลยเห็นโฆษณาตัวหนึ่งใน internet เป็นโฆษณาของ work@home เลยคิดว่ามันใช่เลยนี่แร่ะที่เราต้องการเห็นภาพคนชายนั่งทำงานริมทะเลอย่าง มีความสุขกับ notebook สักเครื่อง ครั้นไปสมัครนั่งฟังอบรม มันกลายเป็นธุรกิจขายตรง แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะไม่น่าทำอะไร ส่วนตัวทำไปได้สักพักไปไม่รอดครับ เพราะคิดว่ามันไม่ใช่ในแบบที่เราอยากจะทำ หลังจากนั้นก็มีคนรู้จักที่เคยทำธุรกิจนี้หลายต่อหลายคน ชวนไปทำธุรกิจนั้นธุรกิจนี้ที่เกี่ยวกับขายตรงในช่วง 10 ปีก่อนแต่ก็ไม่เคยไปรอดสักครั้ง

การทำ ThaiNN ช่วงแรกนั้นยอมรับว่าเหนื่อยมาก ต้องทำงานคนเดียวก่อนจะมีทีมงานคนอื่นๆข้ามาช่วย

และ เมื่อมาถึงปี 2546 ด้วยใจที่ยังรักในการเขียนเว็บไซต์จึงได้เขียนเว็บใหม่ขึ้นชื่อว่า www.thainn.com ซึ่งปัจจุบันมันเป็นเว็บแม่ในเครือ Thai Nation Network ที่มีเว็บในเครือมากกว่า 300 เว็บไซต์ และมีสปอนเซอร์ มาสนับสนุนเว็บในเครือมากมาย ผมเริ่มเขียนเว็บ ThaiNN.com ด้วยความหวังว่ามันจะเป็นเว็บสังคมข่าว แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเพราะเทรนเว็บในช่วงปี 2546 นั้นเว็บโหวตรูปสติ้กเกอร์มาแรงมาก อย่างเช่น Jorjae.com, sanook.com, keepalbum.com และอื่นๆ ผมทำ ThaiNN ในช่วงปีนั้นยอมรับว่าเป็นรองเว็บใหญ่ๆอยู่มากจนกระทั่งวันหนึ่งที่เว็บ Jorjae.com ปิดตัวลง สมาชิกระดับหัวกะทิได้ย้ายมาเล่น ThaiNN.com แทน นั่นก็คือสิ่งที่ผมเริ่มมองเห็นโอกาสจากวันที่ ThaiNN.com มีคนเข้าแค่วันละหลักร้อยคน ไม่กี่วันขยายไปถึงวันละ 4,000 คน และก้าวไปถึง 20,000 คนต่อวัน แต่ก็ยังมีมีใครมาสนับสนุนเป็นสปอนเซอร์หลัก มีแต่คนเล่นเยอะ แต่เงินไม่มี และวันแห่งการชี้ชะตาก็มาถึงนั่นคือผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ (โฮสติ้ง) เริ่มที่จะแจ้งเตือนผมถึงปริมาณการรับส่งข้อมูลเครื่องที่มากเกินกว่าจะให้ บริการผมได้ ทางเลือกตอนนี้มีแค่สองทาง เลิกทำเว็บเสียเพราะทำ ไปก็ไม่ได้เงิน กับวางเครื่อง server เอง สมัยนั้นมีทั้งเช่าและซื้อเครื่องขาดเพื่อนำไปวางต่ออีกที ราคาเครืองไม่ใช่แค่หลักหมื่นครับหลักแสนส่วนใหญ่ ผมจึงตัดสินใจหาเงินมาเช่า server ซึ่งต้องจ่ายสูงถึงเดือนละ 5500 บาท ละจ่ายอยู่แบบนั้นเกือบปี เงินที่เอามาจ่ายก็เป็นเงินส่วนหนึ่งจากเงินเดือนที่ไปเป็นอาจารย์สอนนั่น แร่ะครับ บางเวลาก็ท้อนะอยากจะปิดเว็บทิ้งไปเลยแต่ด้วยการที่ใจรักเสียมากเลยต้องทำ ต่อไปเพื่อมองหาโอกาสในการสร้างรายได้จากมัน ช่วงนั้นมีจึงไปศึกษาในเรื่องของการทำตลาดโฆษณาออนไลน์เสียส่วนใหญ่ ปล่อยให้สมาชิกใน ThaiNN.com โหวตรูปกันไปอย่างสนุกสนานแต่เจ้าของเว็บอย่างผมกำลังต้องตัดสินใจบางอย่าง ศึกษาไปจนกระทั่งเข้าใจอะไรมากมาย เกี่ยวกับสังคมออนไลนื การทำตลาด การที่จะทำเงินได้จากมันจึงนำมาลองใช้กับเว็บตัวเองดูก่อนอย่าง ThaiNN.com ปรากฏว่ามันได้ผลครับ ทีนี้สปอนเซอร์รายเล็กรายใหญ่แห่กันมาไม่ขาดสาย

น้องๆทีมงานรุ่นแรกที่เข้ามาช่วยงานครับ ต้องสอนงานกันแทบไม่มีเวลากินข้าวเลย


จนกระทั่งผมมีเงินเก็บส่วนหนึ่งล่ะจากเดิมที่ติดลบมาเป็นปี ตอนนั้นผมเติบโตจนถึงขั้นจ้างน้องๆทีมงานมาช่วยกันดูแลเว็บมากมายหลายคนโดย ให้เงินเดือนคนละ 5000 บาทซึ่งก็ไม่มากไม่น้อยกับค่าครองชีพในตอนนั้น และมีเงินในการว่าจ้างโปรแกรมเมอร์เข้ามาช่วยทำงานใหญ่จนสำเร็จ จนกระทั่งเมื่อปี 2005 วันที่ google ถือกำเนิด ดูจะเป็นเรื่องเล็กเพราะตอนนั้นผู้คนส่วนใหญ่ใช่ yahoo เป็นหลักไม่ว่าจะค้นหาหรือใช้บริการอีเมล์

บางครั้งก็ออกมานั่งทำงานตามร้านอาหารกับเหล่าทีมงานเพื่อสอนงานกันไปในตัว

แต่ สิ่งที่น่าสนใจหลังจากนั้นอีกไม่นานนั่นคือ Google Adsense พูดง่ายๆภาษาชาวบ้านมันก็คือระบบหาตัวแทนที่เป็นคนทำเว็บมาช่วยโฆษณาให้ google นั่นแร่ะครับและรับเงินตามจำนวนคลิก ราคามากน้อยต่างกันตาม Keyword ที่มีผู้แข่งขันทำโฆษณา ผมไม่รอช้ารีบสมัครเข้าไปเป็นลำดับต้นๆเลย แต่ google ปฏิเสธครับ เพราะ google ตอนนั้นไม่รับเว็บไซต์ภาษาไทยแถมจะติดต่ออะไรก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษหมด นั่นเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ ผมต้องบังคับตัวเองไปศึกษาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม จนวันนึงเร่งทำเว็บเนื้อหาภาษาอังกฤษขึ้นมาเป็นเว็บไซต์รวมบทความที่น่าสนใจ จากต่างประเทศครับและลองยื่นใบสมัครกับ google อีกครั้ง ปรากฏว่าหนนี้ผ่านเลยครับ ผมได้เข้าไปศึกษาระบบ adsense ในการทำเงินกับมันอยู่เกือบปี เชื่อไหมครับว่าปีแรกๆผมแทบไม่ได้รายได้จาก google เลยที่กำหนดว่าจ่ายต่ำสุด $100 นี่คนคลิกก็แทบไม่มีเลย นั่นเป็นเพราะผมยังไม่ได้ก้าวไปถึงการทำตลาด ในระดับโลกนั่นเอง ผมยังแค่คนหนึ่งที่การตลาดออนไลน์อาจจะผ่านแต่ในระดับโลกที่มีเว็บนับล้านๆ เป็นคู่แข่งเราเป็นเหมือนแค่เว็บที่เล็กกว่าเม็ดฝุ่น ผมใช้เวลาในการปรับตัวเองโดยเข้าออกเว็บฝรั่งเป็นว่าเล่นเลย โดยผ่านระบบค้นหา ของ google โดยจากเดิมที่ใช้ Yahoo เป็นหลักเพื่อค้นหาสิ่งที่เรียกว่าสมองของ google อยากรู้ว่า google จัดอันดับเว็บแต่ละเว็บอย่างไร ทำงานอย่างไร และการที่เราจะไปอยู่ในคำค้นหาหลักๆเกี่ยวกับเว็บที่เราทำนั้นจะทำยังไง ตอนนี้ผมเริ่มมาคิดถึง yahoo เพราะมันก็คงใช้องค์ประกอบหลักๆคล้ายๆกันนั่นคือการหาลิงค์ ไม่ว่าจะลิงค์เพื่อนบ้าน หรือลิงค์ที่ไปฝากตามที่ต่างๆ และมันก็ได้ผลผมไปทำตลาดกับเว็บต่างประเทศด้วยวิธีต่างๆไม่ถึง 3 เดือน Keyword ที่ผมทำผุดขึ้นมาในหน้าแรกของ google มากมาย ถึงตอนนี้เงินใน google ของผมที่เคยได้วันละไม่ถึง $1 เพิ่มมาเป็น $5 / $10 และไปสูงสุดที่ $147 ต่อวันช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมมีความสุขที่สุดล่ะกับการได้ใช้เงินจาก google ถึงเดือนละ 1 – 2 แสนบาท ทำให้ผมมีเงินเก็บส่วนหนึ่งล่ะในการจ้างทีมงานเพิ่มรวมทั้งทำโปรเจคใหญ่ๆ เพิ่มเติม แต่หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี ผมถูก google ban บัญชีเนื่องจากมีทีมงานผมท่านหนึ่งพลาดไปอัพภาพแนว เซ็กซี่ขึ้นหน้าเว็บที่ติดโฆษณาของ adsense ซึ่งมันผิดกฏนโยบายของ adsense อย่างชัดเจน ทำให้ google bann ทั้งบัญชีและเว็บไซต์ทำเงินของผมไปตลอดกาล แต่ผมก็ไม่หยุดครับ หันไปทำ amazon โดยเป็นตัวแทนทำการตลาด ขายสินค้าให้เพื่อกินค่าคอมมิชชั่นและมันก็ไปได้ดีครับ โดยใช้หลักการเดียวกันกับการทำ adsense นั่นคือ SEO เมื่อก่อนนั้นผมไม่ได้เรียกมันว่า SEO ผมเรียกมันว่าในแบบที่ผมคุ้นเคยนั่นคือการตลาดออนไลน์ในระบบค้นหา แต่ในปีนั้นมันเริ่มชัดล่ะ ว่าสิ่งที่ผมทำมันคือ SEO อย่างแน่แท้ ถึงทุกวันนี้คำว่า SEO ที่ย่อมาจาก Search engine optimize ดูจะเป็นคำที่หลายคนคุ้นหูกันมากที่สุด

โฉมหน้าทีมงานรุ่นแรกๆที่ร่วมงานกันบางส่วน

หลัง จากความสำเร็จกับ adsense และ amazon ได้ไม่นานในปีไล่ๆกันผมก็เริ่มขยายเว็บในเครือออกไปอีกมากมาย เพราะตอนนี้ผมเห็นโอกาสหาเงินจากเว็บไซต์ผุดมาในหัวมากมาย จากประสบการณ์ที่ยาวนาน ทำให้ผมทำอะไรมักจะมีการวางแผนเสมอในด้านการทำเว็บว่าทำแล้วจะไปต่อยังไงได้ เงินทางไหนบ้าง ปัจุบันผมได้ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการตลาดจากบริษัทญี่ปุ่นมีเว็บในเครือ มากกว่า 300 เว็บไซต์ที่ส่งไปขายโฆษณาในรูปแบบการทำ SEO และมีธุรกิจต่างๆจากเว็บในเครือมากมายแต่ถึงกระนั้นแล้วผมก็ยังไม่หยุดที่จะ ก้าวต่อไป ชีวิตทุกวันนี้เหมือนจะสบายแต่ก็ไม่สบายซะทีเดียวนะครับในหัวสมองยังคิดที่ จะวางแผนทำนั่นนี่อยู่ตลอด

ผมทำงานกี่โมงก็ได้ จะเลิกงานกี่โมงก็ได้ มีวันหยุดแบบที่ชาวบ้านเขาเรียกกันตลอด 365 วัน ไปไหนก็ได้เพียงแค่มี notebook ไว้นั่นทำงานกับเน็ตที่สามารถต่อติด แต่ก็ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตตัวเองมาก เพราะทุกวันนี้ เราคือเจ้านายตัวเองและที่แย่ที่สุดในชีวิตของผมคือ จะซื้อรถซื้อบ้านก็ไม่มีเครดิตเหมือนคนอื่นนะเพราะไม่มีใบสลิปเงินเดือน :D สุดท้ายนี้อยากบอกว่ารักจะทำงานด้านไหนให้สำเร็จก็ทำไปเถอะครับ แต่ต้องพยายามมองหาโอกาสที่ดีที่สุดให้กับตัวเราเองด้วย ขอให้คิดและวางแผนให้ดีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะตามมาด้วยครับเพราะสมัย นี้การแข่งขันสูงกว่าแต่ก่อนมาก แต่ถ้าไม่คิดจะทำเลยโอกาสในความสำเร็จก็ย่อมจะไม่เกิดครับ อยากให้บทความนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนที่กำลังท้อแท้ หรือคิดไม่ออกว่าชีวิตจะไปทางไหนดี ขอความสำเร็จจงมีแก่ทุกคนที่อ่านครับ

และนี่แร่ะครับห้องทำงานเล็กๆของผมที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับมัน

 

Copyright © 2017 เรียนรู้การทำธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การงาน · All rights reserved ·